ReadyPlanet.com


วิถีแห่งพุทธะ


 จะพูดถึงเรื่องลำดับการพัฒนาตนเองในทางพุทธศาสนา พระพุทธศาสนานั้นมีการศึกษาพัฒนาไปตามลำดับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นความจริงเมื่อมีปัญญา ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และหลุดพันไปในที่สุด ท่านมีหลักของการศึกษาไปตามลำดับ ให้เราค่อยๆ ไดศึกษาไปตาม วันนี้จะพูดให้ฟังวิถีแห่งพุทธะ เริ่มต้นเลย ถ้าใครยังไม่รู้อะไรมาก่อนก็ให้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะเสียก่อนอย่างที่เมืองไทยเรานิยมกัน เมื่อจัดงานก็จะมีพิธีกรรมให้พระท่านถือตาลปัตร กล่าวคำถึงสรณะ เราทั้งหลายก็ว่าตาม นะโมตัสสะ ... พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ รัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังมัง สะระณัง คัจฉามิยังไม่พอต้อง ทุติยัมปิ ตะติยัมปิ เข้าไปอีกพอเรารับไปแล้วก็เฉย เฉยเมย ถือว่าสำเร็จผลแล้ว ไม่ได้นำมาพิจรณาอะไรเลยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะนี้ก็็หมายความว่า แต่เดิมนั้นตัวเราเหมือนกับลอยคออยู่ในทะเล หรือหลงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ไม่รู้ทางไป ไม่มีความรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเราก็มีที่ยึดเหนี่ยวไว้สักอย่างหนึ่ง ทำให้ได้ข้อแนะนำ ได้แบบแผนในการดำเนินชีวิตเป็นกำลังใจในการที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินต่อไปด้วยตนองได้ การที่จะยืนขึ้นและเดินได้ด้วยลำแข้งของตนเองนี้ ก็ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวไว้ก่อน ฝึกฝนไปก็จะสามารถเป็นที่พึ่งของตนเองได้ บางที่ในภาษาไทย สรณะ แปลว่าที่ยึดเหนี่ยว ที่จริง แปลว่า ที่พึ่ง ที่อาศัย เป็นแบบแผน

ขอขอบคุณบทความคุณภาพจาก ดูหนังออนไลน์

เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เราเกิดปัญญา เป็นอิสระ ถึงความพ้นทุกข์ได้ ภาษาไทยเราแปลว่ายึดเหนี่ยวก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ทุกวันนี้ ผอยึเสร็จแล้วก็เหนี่ยวแต่เหนี่ยวลง ไม่ได้เหนี่ยวขึ้น วัตถุประสงค์เดิมนั้นท่านให้ยึดเพื่อจะเหนี่ยวขึ้น เพื่อให้ตัวเรายืนขึ้นได้ พอยื่นขึ้นได้แล้วก็เดินด้วยตัวเอง จนกระทั่งเดินเก่งแล้ว สามารถเป็นที่พึ่งของตนเองได้ หลักของสรณะก็เป็นอย่างนั้นแหละ เป็นเหมือนกำลังใจ เป็นที่ยึดในตอนต้น เพื่อให้เราลุกขึ้น ได้มีการศึกษาเรียนรู้ รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดีแล้วก็ค่อยๆ เดินไปคือฝึกฝนปฏิบัติให้มีในตน อันไหนที่ผิดก็ละ อันไหนที่ถูกก็เพิ่มพูนยิ่งขึ้น จนกระทั่งทำจิตให้อิสระ ถึงความพ้นทุกข์ได้ อย่างนี้เป็นหลักของการถึงสรณะ แต่เดิมเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะ เดินผ่านต้นโพธิ์หรือต้นไทรก็เสียววาบเลย กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเคาะหลัง เดินผ่านศาลเจ้าก็หวาดเสียวอยู่เรื่อย เรามีสิ่งศักดิสิทธิ์เยอะมีที่พึ่งหลาย ถ้หนักหน่อยก็อย่างที่เขาหลงทำกันทั่วไป ไปพึ่งจอมปลวกบ้าง พึ่งภูเขาบ้าง พึ่งต้นไม้บ้าง นั้นก็คนไม่รู้มากๆ แม้แต่เราผู้ที่บอกว่านับถือพระพุทธศาสนาก็ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอีกเยอะแยะ ถ้าเห็นศาลเจ้าหรือที่แปลกๆหรือตันไม้ที่มีผ้าสีต่างๆผูกเอาไว้ก็ต้องไหว้หน่อย ถ้ไม่ไหว้กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะหักคอเอา มันกลัว เราไม่ได้เป็นที่พึ่งของตนเองมัวแต่มองหาที่พึ่งภายนอกที่นี้การมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งหมายความว่า เราถอนตนเองออกมาจากที่พึ่งทั้งหลายเหล่านั้น อย่างอื่นทั้งหมดที่เราเคยคิดว่ามันเป็นที่พึ่งนั่นแหละ เรากลัวเขาจะให้คุณให้โทษเราได้ ถ้าเราไม่เช่นไหว้ ไมอ่อนน้อมก็กลัวเขาจะทำอันตรายเรา อะไรต่างๆ นั่นแหละ ถอนตัวเองออกมา แล้วมามีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ในการทำ พูดคิด ซึ่งพระรัตนตรัยท่านก็บอกว่า ต้องเป็นที่พึ่งของตนเอง แต่ตอนแรกเป็นกำลังใจให้ก่อน เราเป็นที่พึ่งของตนเองยังไม่ได้เราก็ต้องฝึกเอา ที่ท่านบอก ตนแลเป็นที่พึ่งของตนเอง คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้แต่การจะเป็นที่พึ่งของตนเองได้มันต้องฝึก ต้องศึกษา ต้องเรียนรู้ จนกระทั่งสามารถเป็นที่พึ่งของตนเองได้ ถ้าคนไหนยังเป็นที่พึ่งของตนเองไม่ได้ ก็ต้องอาศัยท่าน อาศัยพระรัตนตรัย อาศัยครูบาอาจารย์ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ยึดเพื่อให้เรายืนขึ้น



ผู้ตั้งกระทู้ หมวยหมวย (pornprapa-dot-ampo-at-bumail-dot-net) :: วันที่ลงประกาศ 2020-09-03 12:41:50


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2011 All Rights Reserved.